ทำอาชีพเสริมอะไรดี – เดือนละ 5,000+ ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

เรื่องAdmin

ทำอาชีพเสริมอะไรดี - วิธีหารายได้เสริมเดือนละ 5,000+ ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

ปฏิเสธได้ยากว่าในสภาวะเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวนี้ส่งผลให้พนักงานประจำมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งเกิดมาจากการเสื่อมมูลค่าของอัตราค่าเงินบาท ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางอีกด้วย ทว่าปัญหาที่ยังคงเป็นประเด็นใหญ่อย่าง ทำอาชีพเสริมอะไรดี ยังทำให้หลายคนคิดไม่ตกเลยทีเดียว

วิธีหารายได้เสริมเดือนละ 5,000

ในยุคที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มมองหา อาชีพเสริม หรือวิธี หารายได้เสริม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประจำเดือน แต่คำถามคือ “ทำอาชีพเสริมอะไรดี?” ที่สามารถเริ่มได้ง่าย ไม่กระทบงานประจำ และทำให้มีรายได้เพิ่มเดือนละ 5,000 บาทขึ้นไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับแนวทางสร้าง รายได้เสริมหลังเลิกงาน หรือแม้แต่ในวันหยุด ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และหลายอย่างสามารถเริ่มต้นได้ทันที!

ทักษะเสริมคนขยัน

เทคนิคหาเงินเข้ากระเป๋าทุกวัน โดยไม่ต้องออกจากบ้าน

  • ขายของออนไลน์ตามแพลตฟอร์ม
  • รับงานเขียนบทความออนไลน์
  • รับสอนพิเศษออนไลน์
  • เทรนเนอร์ออกกำลังกาย
  • ปลูกผักสวนครัวขาย

1. ขายของออนไลน์

ไอเดียแรกเป็นอาชีพเสริมอย่างการขายของออนไลน์ ซึ่งเกิดขึ้นมาหลังจากเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้หลายคนหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น โดยในปัจจุบันการหารายได้เสริมวิธีนี้ยังมีแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามารองรับและเป็นตัวกลางตลาดสินค้า เช่น TikTok, Shoppee, Lazada ,Facebook, Instagram และ TwitterX อีกด้วย แนะนำว่าควรติดแฮชแท็กที่สามารถค้นหาได้ง่ายเพื่อเปิดช่องทางการหารายได้เสริมอีกทางค่ะ

วิธีเริ่มต้นอาชีพ สำหรับมือใหม่:

เลือกสินค้าที่ใช่ ตั้งราคาดี ขายบนแพลตฟอร์มที่เหมาะสม โปรโมตให้เป็น และดูแลลูกค้าให้ดี เท่านี้ก็เริ่มขายของออนไลน์ได้แบบมือโปร!

  • เลือกสินค้าที่จะขายให้เหมาะกับตลาด
  • เลือกช่องทางขายที่เหมาะสม
  • ตั้งราคาขายและคำนวณต้นทุนกำไร
  • โปรโมตสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
  • จัดการออเดอร์และบริการลูกค้าให้ดี

รายได้ประเมิน:

เลือกสินค้าดี ขายในแพลตฟอร์มที่เหมาะ ใช้โฆษณาช่วยดึงลูกค้า และบริการลูกค้าให้ดี = ขายดี มีกำไรแน่นอน!

  • มือใหม่ (ขายวันละ 5-10 ออเดอร์, กำไรต่อชิ้น 50-150 บาท)
  • รายได้ต่อวัน: 250 – 1,500 บาท
  • รายได้ต่อเดือน: 7,500 – 45,000 บาท

2. รับงานเขียนบทความออนไลน์

ต่อมาเป็นอาชีพเสริมยอดนิยมของคนชอบเขียน นั้นเป็นการรับงานเขียนบทความออนไลน์ ซึ่งทุกวันนี้เกือบทุกธุรกิจต้องการคนทำคอนเทนต์ การหางานเสริมในตำแหน่งคอนเทนต์จึงมีไม่น้อย โดยการรับจ้างเขียนบทความยังไม่ต้องใช้เงินลงทุนอีกด้วย แนะนำให้จัดสรรและบริหารเวลาให้เป็นสัดส่วน อาชีพเสริมนี้จะสามารถทำรายได้เสริมหลักหมื่นได้ไม่ยากเลยทีเดียวค่ะ

วิธีเริ่มต้นอาชีพ สำหรับมือใหม่:

เลือกหัวข้อที่ถนัด ฝึกเขียนให้คล่อง หางานจากแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ ตั้งเรทราคาเหมาะสม และพัฒนาทักษะ SEO เพื่อเพิ่มมูลค่า เท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้เสริมจากการเขียนบทความออนไลน์ได้แล้ว!

  • เลือกหัวข้อที่ถนัดและเป็นที่ต้องการ
  • ฝึกเขียนและสร้างพอร์ตโฟลิโอ
  • หางานจากแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ฟรีแลนซ์
  • กำหนดเรทราคาและเพิ่มความน่าสนใจให้บริการ
  • พัฒนาทักษะและขยายฐานลูกค้า

รายได้ประเมิน:

เขียนบทความคุณภาพดี พัฒนา SEO ใช้แพลตฟอร์มให้เป็น และหาลูกค้าประจำ จะช่วยให้มีรายได้ต่อเนื่อง!

  • มือใหม่ (เขียน 10-30 บทความ/เดือน)
  • เรทราคาต่อบทความ: 500 – 1,000 บาท
  • รายได้ต่อเดือน: 5,000 – 30,000 บาท

3. รับสอนพิเศษออนไลน์

อีกหนึ่งงานเสริมหลังเลิกงานที่ใครก็สามารถทำได้นั้นเป็นการรับสอนพิเศษออนไลน์ โดยอาชีพเสริมการเป็นติวเตอร์สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ซึ่งถ้าใครอยากหารายได้เสริมการรับสอนพิเศษออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ดีเลยล่ะค่ะ แนะนำว่าให้สอนในด้านที่คุณถนัด ไม่ว่าจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ เคมี ชีววิทยา หรือภาษาไทยก็ได้อีกเช่นเดียวกันค่ะ

วิธีเริ่มต้นอาชีพ สำหรับมือใหม่:

เลือกวิชาที่ถนัด ใช้แพลตฟอร์มให้เป็น ตั้งราคาที่เหมาะสม โปรโมตผ่านโซเชียล และพัฒนาการสอนอย่างต่อเนื่อง เท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้จากการสอนพิเศษออนไลน์ได้แล้ว!

  • เลือกวิชาหรือทักษะที่ถนัดและเป็นที่ต้องการ
  • กำหนดรูปแบบการสอนและช่องทางออนไลน์
  • ตั้งราคาค่าคอร์สหรือค่าเรียนให้เหมาะสม
  • หานักเรียนจากแพลตฟอร์มและโซเชียลมีเดีย
  • พัฒนาการสอนและสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก

รายได้ประเมิน:

เลือกวิชาที่เป็นที่ต้องการ สอนให้สนุก หาลูกค้าผ่านโซเชียล และพัฒนาคอร์สออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว!

  • มือใหม่ (สอนเดี่ยว 5-10 ชม./สัปดาห์)
  • เรทราคาต่อชั่วโมง: 200 – 500 บาท
  • รายได้ต่อสัปดาห์: 1,000 – 5,000 บาท
  • รายได้ต่อเดือน: 4,000 – 20,000 บาท

ทักษะเสริมคนขยัน

หารายได้เสริม สำหรับคนทุนน้อย เริ่มง่าย กำไรดี

  • บล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์
  • บริการรับแปลภาษา
  • ขายรูปภาพออนไลน์
  • บริการขับรถส่งอาหาร
  • บริการรับทำแอดมินเพจ

4. เทรนเนอร์ออกกำลังกายส่วนตัว

ทุกวันนี้เทรนด์กระแสสุขภาพมาแรงไม่มีตกเลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณเป็นพนักงานมนุษย์เงินเดือน และเชี่ยวชาญ ชื่นชอบการออกกำลังกาย แนะนำอาชีพเสริมเทรนเนอร์ออกกำลังกายแบบส่วนตัวเลยค่ะ นอกจากจะได้ออกกำลังกายให้มีสุขภาพดีแล้ว อาชีพเสริมนี้ยังมีรายได้เสริมหลักหมื่นได้อีกด้วยค่ะ

วิธีเริ่มต้นอาชีพ สำหรับมือใหม่:

ศึกษาหลักการออกกำลังกาย สร้างตัวตนออนไลน์ ตั้งราคาให้เหมาะสม และขยายฐานลูกค้าผ่านโซเชียล เท่านี้ก็สามารถเริ่มต้นอาชีพเทรนเนอร์ฟิตเนสได้แล้ว!

  • พัฒนาความรู้ด้านฟิตเนสและสุขภาพ
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบการสอน
  • สร้างพอร์ตโฟลิโอและโปรโมตตัวเอง
  • ตั้งราคาค่าบริการและแพ็กเกจให้ดึงดูด
  • ขยายฐานลูกค้าและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

รายได้ประเมิน:

ขยายฐานลูกค้าผ่านโซเชียล สร้างคอร์สออนไลน์ และให้บริการครบวงจร (เทรนนิ่ง + Meal Plan) จะช่วยให้ทำเงินได้มากขึ้น!

  • มือใหม่ (เทรน 5-10 คน/สัปดาห์, เทรนตัวต่อตัวหรือออนไลน์)
  • ค่าบริการต่อชั่วโมง: 300 – 800 บาท
  • รายได้ต่อสัปดาห์: 1,500 – 8,000 บาท
  • รายได้ต่อเดือน: 6,000 – 32,000 บาท

ทักษะเสริมคนขยัน

ทำอะไร ได้เงินทุกวัน - เปลี่ยนรายได้เสริมให้เป็นรายได้หลักใน 6 เดือน

เปลี่ยนรายได้เสริม ให้เป็นรายได้หลักใน 6 เดือน

  • เริ่มต้นด้วยงานที่ตรงกับทักษะและความสนใจ
  • ตั้งเป้าหมายทางการเงินและแผนการชัดเจน
  • ขยายช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้
  • เพิ่มมูลค่าของงานเสริมด้วยการพัมนาทักษะ
  • บริหารและเวลาและจัดการงานอย่างมืออาชีพ

5. ปลูกผักสวนครัวขาย

ไอเดียอาชีพเสริมสุดท้ายที่ได้เงินมากกว่า 5,000 บาทเลยนั้นเป็นการปลูกผักสวนครัวขาย ซึ่งงานเสริมนี้นอกจากจะเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานได้แล้ว ยังสามารถหารายได้เสริมหลักแสนได้ไม่ยากเลยทีเดียวค่ะ แนะนำให้ปลูกผักสวนครัว หรือผักออแกนิคแล้วส่งขายตามตลาด แน่นอนว่าได้กำไรงามอย่างมากเลยค่ะ

วิธีเริ่มต้นอาชีพ สำหรับมือใหม่:

เลือกปลูกผักที่ขายดี ดูแลพื้นที่ปลูกให้ดี ขายผ่านตลาดใกล้บ้าน + ออนไลน์ วางแผนการปลูกให้มีผลผลิตต่อเนื่อง และเพิ่มมูลค่าด้วยจุดขายพิเศษ แค่นี้ก็เริ่มทำเงินจากสวนครัวได้แล้ว!

  • เลือกชนิดผักที่ปลูกง่ายและขายได้ดี
  • เตรียมพื้นที่ปลูกและระบบน้ำให้เหมาะสม
  • หาตลาดและช่องทางขาย
  • วางแผนการปลูกให้มีผลผลิตต่อเนื่อง
  • สร้างจุดขาย เช่น ผักปลอดสาร หรือแพ็กเกจพิเศษ

รายได้ประเมิน:

ปลูกผักที่ตลาดต้องการ ขายผ่านหลายช่องทาง และสร้างจุดขายให้แตกต่าง จะช่วยเพิ่มรายได้จากสวนครัวได้แบบยั่งยืน!

  • มือใหม่ (พื้นที่ 10-20 ตร.ม., ปลูกขายในชุมชน)
  • ปลูกผักใบเล็ก เช่น กะเพรา ผักชี ต้นหอม (10-20 กก./เดือน)
  • ราคาขาย: 50 – 150 บาท/กก.
  • รายได้ต่อเดือน: 2,000 – 6,000 บาท

การวางแผนการเงินมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริม

ที่ปรึกษาทางการเงินหรือ Financial Controller จะแนะนำแนวทางการวางแผนการเงินสำหรับ พนักงานประจำที่มีรายได้เสริมหลังเลิกงาน เพื่อให้จัดการรายรับ-รายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคง และต่อยอดรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การวางแผนการเงินสำหรับ พนักงานประจำที่มีรายได้เสริมหลังเลิกงาน
  • แยกรายได้ประจำ & รายได้เสริมอย่างชัดเจน เพื่อให้มองเห็นภาพรวมทางการเงิน และวางแผนภาษีได้ถูกต้อง
  • จัดทำ “งบประมาณรายเดือน”
    วางแผนภาษีให้ดี เพราะรายได้เสริมต้อง ยื่นภาษี ด้วย หากเกินเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ (ปีละ 60,000-120,000 ขึ้นกับสถานะ)
  • บริหารเงินสดหมุนเวียน เพราะอาชีพเสริมเริ่มมีรายได้เข้ามาไม่สม่ำเสมอ ควรทำ Cash Flow Forecast แบบรายสัปดาห์
  • ตั้งเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น-ยาว

Tip: รายได้เสริมควรนำมาลงทุนหรือต่อยอดอาชีพ จะช่วยเพิ่มทรัพย์สินในระยะยาว

ทำยังไงให้มีเงินเข้าวันละ 500

ใช้ทักษะที่มีอยู่ (Skill-based Income) – หากคุณมีทักษะอยู่แล้ว เช่น เขียนคอนเทนต์, ออกแบบ, ถ่ายภาพ, ทำอาหาร, แปลภาษา, สอนพิเศษ ฯลฯ คุณสามารถเปลี่ยนทักษะเป็นเงินได้ทันที

| เสริมรายได้สุดสัปดาห์ – เปลี่ยนทักษะที่ถนัดให้กลายเป็นเงินง่าย ๆ

ขายอะไรที่คนต้องซื้อทุกวัน

“สูตรรวยแบบยั่งยืน” เพราะถ้าคุณขายของที่ “คนต้องซื้อทุกวัน” = รายได้ประจำที่หมุนไม่หยุด แนวคิดในการวางแผนการขายคือ “ขายของที่คนขาดไม่ได้ + ใช้แล้วหมด + ต้องซื้อใหม่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องซื้อซ้ำบ่อยๆ ต้นทุนต่ำ-หมุนง่าย เช่น

    • สินค้าอุปโภค-บริโภค
    • อาหารพร้อมทาน / ของกินเล่น
    • สินค้าความงามที่ใช้ประจำ
    • เครื่องดื่มประจำวัน
    • ของใช้สัตว์เลี้ยง
    • ของใช้ทั่วไปที่ “หมดไว”
    • สินค้าทำความสะอาด & ป้องกัน
ทำยังไงให้มีรายได้เดือนละ 50,000 แบบ Passive income

Passive Income = รายได้ที่เข้ามาแม้ไม่ได้ลงแรงตลอดเวลา ซึ่งเป้าหมาย “เดือนละ 50,000” ถือว่าเป็นจุดที่ “เปลี่ยนชีวิต” ได้เลย ถ้าคิดง่ายๆ = วันละ ~1,666 บาท จะขอแบ่งแนวทางให้เป็น 3 กลยุทธ์หลัก ตามต้นทุนและความถนัดของคุณ

    • สร้าง Digital Asset (ต้นทุนแรง + ความรู้)
    • ลงทุนในทรัพย์สินสร้างเงิน (ต้นทุนเงิน)
    • ระบบที่ทำเงินให้เรา (กึ่ง Passive)

| งานเสริมหลังเลิกงาน – เปลี่ยนรายได้เสริมให้เป็นรายได้หลักใน 6 เดือน

คนไทยนิยมซื้ออะไรมากที่สุด

“พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย” จะซื้อทั้งของที่ผลิตในประเทศ และ นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมี 2 ปัจจัยหลักคือ

    • ความจำเป็น + ความคุ้นเคย → นิยม สินค้าภายในประเทศ (ราคาถูก เข้าถึงง่าย)
    • ความรู้สึกพรีเมียม / เทรนด์ / ความอยากลองของใหม่ → นิยม สินค้านำเข้า

Top 5 กลุ่มสินค้าที่คนไทย “นิยมซื้อ” มากที่สุด (อิงจากพฤติกรรม e-commerce + offline)

    • อาหาร/ของกิน: ขนม, น้ำผลไม้, อาหารแห้ง ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศ (ราคาถูก+อร่อยถูกปาก)
    • สกินแคร์/ความงาม: ครีม, มาส์ก, เครื่องสำอาง นิยมทั้งของไทย (Herbal, Organic) + ของนำเข้า (เกาหลี, ญี่ปุ่น)
    • แฟชั่น: เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า ถ้าราคาต่ำกลาง = ของไทย / ถ้าแบรนด์หรือเทรนด์ = นำเข้า
    • Gadget / อุปกรณ์มือถือ: หูฟัง, สายชาร์จ, ขาตั้งมือถือ นิยมของนำเข้า (จีน, เกาหลี) เพราะราคาถูก + เทคโนโลยีดี
    • ของใช้ในบ้าน: น้ำยาทำความสะอาด, ของจัดเก็บ ส่วนใหญ่ใช้ของในประเทศ เพราะซื้อซ้ำบ่อย
อาชีพอะไรบ้างที่ใช้เงินทํางาน

ใช้เงินทำงาน= ไม่ต้องลงแรงเอง แต่ให้เงินงอกเงยแทนเรา โดยสรุปสั้นๆ คือ อาชีพที่ “ใช้เงินทำงาน” = ทุกสายอาชีพที่เปลี่ยน “ทุน” เป็น “กำไรแบบไม่ต้องลงแรงมาก” ไปดู 8 อาชีพ / สายธุรกิจที่ใช้เงินทำงาน (Passive หรือ Semi-Passive)

    • นักลงทุนหุ้น / กองทุน
    • เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า
    • สร้างคอร์สออนไลน์ / E-book / Template
    • เป็นพาร์ทเนอร์ในธุรกิจ (ไม่ลงแรง)
    • ขายสินค้าออนไลน์ระบบ Fulfillment
    • สร้างเว็บ / ช่อง YouTube / บล็อกรีวิว
    • ปล่อยเงินกู้แบบถูกกฎหมา
    • ซื้อแฟรนไชส์ (Franchise Owner)

แนวคิดเสริม: “ใช้เงินทำงาน” ไม่ได้แปลว่าปล่อยทุกอย่าง แต่คือ “สร้างระบบ” ให้เราทำงานน้อยลง แล้ว “ให้เงิน” ทำหน้าที่แทนเวลาเรา

“เป้าหมายรายได้เสริมของคุณ”
เป้าหมายรายได้ของคุณต่อเดือน
บาท
1,000 บาท 100,000 บาท
ต่อไป
เลือกสินค้าซูเลียนที่ท่านต้องการขายเป้าหมาย
บาท
โปรดเลือกสินค้าซูเลียน
สินค้าที่เลือกแล้ว
เลือกสินค้าซูเลียนที่ท่านต้องการขาย
ไม่มีข้อมูล
กรุณาเลือกสินค้า
กลับ ต่อไป
สรุปข้อมูลรายได้ตามเป้าหมายของคุณ เป้าหมาย
บาท
กรุณาระบุสัดส่วนการขายที่ต้องการ
กรุณาระบุใหม่ สัดส่วนการขายรวมทุกรายการไม่เกิน 100%
กลับ
จำนวนชิ้น ( ที่ต้องขาย ) โดยประมาณ
ชิ้น
รวมรายได้จากการขายปลีก
บาท
คอมมิชชั่นจากการขาย
บาท
รวมรายได้ทั้งหมด
บาท
กลับ ต่อไป
แผนธุรกิจซูเลียน#มีแต่ให้
รายได้ต่อที่ 1 รายได้จากการขายปลีก
บาท
ค่าคอมมิชชั่นจากการขาย (ส่วนตัว)
บาท
คุณจะมีรายได้ทั้งหมด
บาท
กลับ ดาวน์โหลดแผนธุรกิจ ปรึกษาแผนธุรกิจฟรี
Information Step

กรอกข้อมูลรับข่าวสารจากซูเลียน

Download Step

กรอกข้อมูลรับข่าวสารจากซูเลียน

Author:

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คำถามที่ว่า “อยากมีรายได้เสริม อยากขายของกินเล่นขายดีลงทุนน้อย แต่จะขายอะไรดี?” คงเป็นคำถามสุดคลาสสิกที่วนเวียนอยู่ในใจใครหลายคน ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงลิ่ว การมองหาไอเดียที่ใครๆ ก็ทำตามกัน อาจนำไปสู่สงครามราคาที่เหลือกำไรไม่คุ้มเหนื่อย แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่? แทนที่จะวิ่งตามกระแส ลองหยุดแล้วมองหาช่องว่างที่ยังไม่มีใครเข้าไปเติมเต็ม นี่คือหัวใจของสิ่งที่นักการตลาดมืออาชีพเรียกว่าการหาช่องว่างทางการตลาด ซึ่งก็คือการค้นหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ แต่ยังไม่มีใครตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างตรงจุด บทความนี้จะพาไปชี้เป้าไอเดียสำหรับตลาดชาวออฟฟิศ ของกินเล่นขายดีลงทุนน้อย เพื่อช่วยให้คุณค้นพบโอกาสทางธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร สายเฮลท์ตี้ต้องมี! ของกินเล่นติดโต๊ะ อิ่มได้ไม่อ้วน รวมของกินเล่นขายดีลงทุนน้อย เคยไหมกับ “อาถรรพ์บ่ายโมง”? ช่วงเวลาที่หนังท้องตึงแต่หนังตากลับหย่อน ความง่วงและความโหยเริ่มเข้ามาทักทายจนเสียสมาธิทำงาน ครั้นจะลุกไปหา ของกินเล่น ก็กลัวจะรู้สึกผิดกับน้ำหนักที่ตั้งใจคุมไว้ ปัญหานี้คือสิ่งที่ชาวออฟฟิศสายสุขภาพต้องเจอทุกวัน ที่นี่เราได้รวบรวมสุดยอด ของว่าง ติดโต๊ะ ที่ไม่เพียงแต่อร่อยและดีต่อสุขภาพ แต่ยังหาซื้อง่าย ทำสะดวก และที่สำคัญคือ “อิ่มได้ ไม่อ้วน” แถมยังเป็นไอเดียชั้นเยี่ยมสำหรับคนที่กำลังมองหาว่าอยากของกินเล่นขายดีลงทุนน้อย แต่ทำอะไรขายดี ในตลาดสุขภาพที่กำลังเติบโตอีกด้วย อยู่บ้านเฉยๆ ทําอะไรขายดี อยู่บ้านเฉยๆ ทำอะไรขายดี? อัปเดตลิสต์ของกินเล่นขายดีลงทุนน้อย หาซื้อออนไลน์โดยตรงจากผู้ผลิตได้ง่าย ตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศที่อยากสร้างรายได้เสริม
ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรงทำให้หลายคนหันมาสนใจ “โปรตีนจากพืช” มากขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าโปรตีนจากพืช ไม่ได้มีแค่ถั่วเหลืองหรือเต้าหู้เท่านั้น? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของโปรตีนจากพืชมีอะไรบ้าง พร้อมเปิดเผยความลับที่หลายคนอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับแหล่งโปรตีนทางเลือกที่มีประโยชน์เหล่านี้ โปรตีนจากพืชคืออะไร? ทำไมถึงกำลังได้รับความนิยม? โปรตีนจากพืช เป็นสารอาหารสำคัญที่ได้จากแหล่งธรรมชาติที่ไม่ใช่สัตว์ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของโปรตีนประเภทนี้ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่สามารถกินโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ได้ หรือมีข้อจำกัดในการกินโปรตีน การศึกษาล่าสุดพบว่า การบริโภคโปรตีนจากพืชเป็นประจำสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจและเบาหวานประเภท 2 ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของคนไทย จึงทำให้กระแสโปรตีนจากพืชได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมาก โปรตีนจากพืช ได้จากอะไรบ้าง โปรตีนจากพืช ได้จากอะไรบ้าง? 1. ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว หากคุณกำลังมองหาโปรตีนจากถั่ว มีอะไรบ้าง กินแล้วดีหรือไม่ ขอบอกเลยว่าถั่วนับเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ให้โปรตีนสูง มีความหลากหลาย กินง่าย เหมาะกับทุกวัย และราคาไม่แพง แถมยังปรุงได้หลากหลายเมนู ถั่วเหลือง (36.5 กรัมโปรตีนต่อ 100 กรัม)  ถือเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ได้รับความนิยมสูง แม้หลายคนอาจไม่ทราบว่าโปรตีนจากพืชมีอะไรบ้าง แต่ก็คงได้ลองกินถั่วเหลืองกันมาบ้างแล้วแน่นอน ซึ่งในถั่วเหลืองจะประกอบด้วยกรดอะมิโนจำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถั่วลันเตา (25 กรัมโปรตีนต่อ
เช้าๆ ของหลายคนอาจเริ่มด้วยกาแฟแก้วโปรด จะเข้มข้น หรือนุ่มละมุน กาแฟคือตัวปลุกความสดชื่น เติมพลังให้พร้อมลุยตลอดวัน แต่พักหลังมานี้ เทรนด์สุขภาพกับความสวยก็มาแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องคอลลาเจนบำรุงผิว ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “ถ้าดื่มกาแฟทุกวัน คอลลาเจนที่กินไปจะได้ผลเต็มที่อยู่ไหม” หรือ “ดื่มกาแฟผสมคอลลาเจน ไปพร้อมกันได้เลยหรือเปล่า” ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่สงสัย บทความนี้มีคำตอบ ไขข้อข้องใจ: กาแฟมีผลต่อคอลลาเจนจริงหรือ? ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า คอลลาเจนที่เรากินเข้าไป ร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ แล้วค่อยเอาไปสร้างคอลลาเจนใหม่ตามส่วนต่างๆ เช่น ผิว กระดูก และข้อต่อ ซึ่งจริงๆ แล้ว คาเฟอีนในกาแฟไม่ได้ไปทำลายคอลลาเจนในร่างกายเราโดยตรง ที่หลายคนกังวลอาจเพราะคิดว่าคาเฟอีนจะไปรบกวนการดูดซึมสารอาหาร ซึ่งถ้าดื่มกาแฟเยอะมากๆ จริงๆ ก็อาจมีผลกับการดูดซึมวิตามินหรือแร่ธาตุบางอย่างได้บ้าง แต่กับการกินกาแฟผสมคอลลาเจนในปริมาณที่พอดี ไม่ได้ทำให้ประโยชน์ของคอลลาเจนลดลง ขอแค่เลือกกาแฟผสมคอลลาเจนดีๆ และดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง เท่านี้คอลลาเจนก็ทำงานได้เต็มที่แล้ว สูตร (ไม่) ลับ! ดื่มคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้คู่กับกาแฟแก้วโปรด เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากคอลลาเจนอย่างเต็มที่ แม้จะดื่มกาแฟเป็นประจำ ก็มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ลองมาดูกันว่าวิธีใช้คอลลาเจนอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การทำงานหลักของเว็บไซต์ใช้งานได้ รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่ที่ปลอดภัยต่าง ๆ ของเว็บไซต์ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และจะใช้งานได้โดยการตั้งค่าเริ่มต้น โดยไม่สามารถปิดการใช้งานได้

  • คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

    คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์ จะช่วยให้เว็บไซต์เข้าใจรูปแบบการใช้งานของผู้เข้าชมและจะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและรายงานผลการใช้งานของผู้ใช้งาน

  • คุกกี้ในส่วนการตลาด

    คุกกี้ในส่วนการตลาด ใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อแสดงโฆษณาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานแต่ละรายและเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการโฆษณาสำหรับผู้เผยแพร่และผู้โฆษณาสำหรับบุคคลที่สาม

บันทึกการตั้งค่า